งงกันเป็นแถบสิครับงานนี้ เมื่ออยู่ดีๆ พี่เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติตัวพ่อ สงสัยจะว่างจัด ก็พี่ท่านดันออกมาแบะท่าว่าจะยกเลิกกฎล้ำหน้า เล่นเอาคนทั้งโลก อึ้งกิมกี่ ไปตามๆกัน เพราะมันยิ่งกว่าการที่จะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกนะครับ อยู่ดีๆจะมายกเลิกกฎที่เค้ามีมาเป็นร้อยปีซะงั้น ไม่รู้แกเอาอะไรมาคิดนะ แต่ เมื่อตัวพ่อแกจัดมาแบบนี้ ก็เลยมีความคิดเห็นหลายๆกระแส ที่ทั้งเห็นด้วย (ส่วนน้อยมาก) และที่ ไม่เห็นด้วย (แทบจะทุกคน)ก็ว่ากันไปนะครับ เพราะยังไงกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็คงอีกนาน เผลอๆ บอลไทยคงได้ไปเตะบอลโลกแล้วก็ได้
มาเข้าเรื่องกันดีกว่านะครับก่อนอื่นก็ขอสาระนิดส์นึง ย้อนไปในอดีต การล้ำหน้า (Off - side) มีต้นกำเนิดมาจากโรงเรียนฝึกสอนฟุตบอลในอังกฤษ เมื่อ ร้อยกว่าปีก่อนครับ โดยเมื่อก่อนการเตะบอลจะมีกองหน้าคอยป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูของฝั่งตรงข้าม คือมันจะประจำการอยู่ตรงนั้นเลย ไม่ต้องวิ่งไล่ ไม่ต้องเชื่อมเกม ไม่ต้องทำชิ่งให้เปลืองเวลา พี่แกมีหน้าที่อย่างเดียวคือ รอ รอ และรอทำประตูจากลูกส่งยาวจากเพื่อนร่วมทีม หรือที่บ้านเราเรียกว่า รอลักไก่นั่นแหละครับ ทางฝรั่งเค้าเรียกการเตะประเภทนี้ว่า "kick throughs" คงพอจะนึกภาพตามได้นะครับ การเล่นแบบนี้มันทำให้ดูแล้วฝรั่งอาจะอารมณ์เสีย เนื่องจากมันไม่สวยงามเอาซะเลย เค้าก็เลยมีหมออ้อย(กติกา)ใหม่ เพื่อกีดกัน การลักไก่แบบนี้ ก็คือกฎล้ำหน้านั่นเอง หากจะถามว่า ล้ำหน้ามันคืออะไร ก็ตอบแบบง่ายๆให้พอเข้าใจนะครับ สมมติว่าเราเป็นผู้เล่นที่กำลังทำเกมรุกอยู่ แล้วเห็นผู้เล่นทีมเราอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม เราก็ส่งลูกให้มัน แต่ว่า[ปี๊บบ]หมอนั่นดันไปอยู่หลังกองหลังคนสุดท้ายของฝ่ายรับ จังหวะแบบนี้แหละครับ คือล้ำหน้า
ลองๆมาคิดดูนะครับ ทำไมคุณท่านถึงมีความคิดแบบนี้ได้ ก็คงเนื่องมาจากว่าประวัติศาสตร์ฟุตบอลเนี่ยมีความทรงจำที่[ปี๊บบ]ร้ายมากมาย เกี่ยวกับการล้ำหน้า ทั้งการที่ได้ประตูจากลูกที่ล้ำหน้า เนื่องจากไลน์แมนเจ้ากรรมดันมัวแต่เก็บเศษเหรียญตามข้างสนาม หรือการที่กองหน้าตัวเก่ง ยิงตุงตาข่าย แต่พ่อทูนหัวบังเอิญร้อนจั๊กกะแร้ เลยทะลึ่งยกธงว่าล้ำหน้าซะเลย แล้วผู้ตัดสินจะไปเถียงอะไรได้ล่ะครับ ก็เลยเป่าไปตามนั้น
หากจะมองหาความผิดพลาดในการยกธงล้ำหน้า ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลครับ เหตุเกิดเมื่อเร็วๆนี้ ตดยังไม่ทันหายเหม็นเลยครับ การฟาดแข้งในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกที่ผ่านมา ระหว่าง “เสือใต้เมืองเบียร์” บาเยิร์น มิวนิค ขาใหญ่จาก เยอรมัน ที่เฉือนชนะ “วิโอล่า” ฟิออเรนติน่า ทีมดังจาก อิตาลีไป 2-1 ใครได้ดูเกมนี้จนจบก็คงจะเห็นกัน จะๆ ชัดๆ เป้งๆ นะครับว่าประตูชัย ของพี่เสือได้มาจากลูกล้ำหน้าของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่ยืนอยู่ห่างกองหลังเป็นเมตร ผมดูยังไง พลิกตัวดู ตะแคงตัวดู หรือ ตีลังกาดู ยังไง มันก็ล้ำหน้าครับ ล้ำไม่ล้ำก็ดูจากประโยคนี้เอาเองเลยครับ "มันเป็นเรื่องที่น่าอาย อย่างน้อยเราก็ทำประตูได้ในท้ายที่สุดซึ่งเป็นลูกล้ำหน้าที่ชัดเจน" โธ่ ถัง.... นี่คือคำพูดจากปากของ หลุยส์ ฟาน กัล โค้ชบาเยิร์น มิวนิค ที่ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมครับ เฮียแกถึงกับออกมายอมรับเองเลย
แต่ นะครับ แต่ ลองมาคิดๆดูเล่นๆนะครับ ถ้ามีการเลิกใช้กฎการล้ำหน้า(แต่ส่วนตัวผมว่าไม่) ล่ะ จะเป็นยังไง อ้าววว!! ไม่แน่บางท่านอาจจะชอบนะครับ เพราะ เบื่อกับการตัดสินที่ผิดพลาดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า กรรมการก็อาจจะชอบได้ไม่ต้องเครียด เป่าไปแบบชิลๆ ไม่ต้องกลัวโดนด่าว่าตัดสินมั่ว (ก็นานาจิตตังนะครับ) แล้วฟุตบอลมันจะเป็นฟุตบอลอยู่เร้อ!!! [ปี๊บบ]ที่ไม่มีการล้ำหน้า ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะนึกภาพ ไม่ออก ผมจะลองอธิบายง่ายๆ ยังไง ก็ลองนึกถึงภาพ “เวนย์ รูนนี่ ไปนั่งต้มมาม่าหมูสับกินรอหน้าประตู กับ ปีเตอร์ เชค” นั่นแหละครับ ต่อจากนั้นแผนการเล่นใหม่ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้น เช่น 4-0-6 หรือ 6-1-3 ก็แล้วแต่กุนซือของแต่ละทีมจะสรรหามา นะครับ และท้ายสุด ถ้าตา เซปป์ แบล็ตเตอร์ แกเอาจริง บริษัทจัดหางานทั่วโลก ได้งานเข้าเต็มๆ เพราะคุณไลน์แมนทั้งหลาย มีหวังได้ตกงานกลับไปนอนเลี้ยงหลานกันเป็นแถวแน่ครับ 555 . . .






ยังไม่มีความเห็น
แสดงความเห็น