ตอนนี้ก็ทราบผลการจับสลากแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชียเพื่อหาตัวแทนไปเล่นรอบสุดท้ายที่บราซิลกันไปแล้วนะครับ
ซึ่งรอบนี้เหลือกันอยู่ 10ทีม แบ่งเป็นสองกลุ่ม
กลุ่ม เอ ประกอบไปด้วย เกาหลีใต้ อิหร่าน อุซเบกิสถาน การ์ตาร์ และเลบานอน
กลุ่ม บี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น โอมาน จอร์แดน และอิรัก
น่าเสียดายที่ทีมชาติเกาหลีเหนือ รอบนี้ไม่ได้มาด้วย ขณะที่จีนที่กำลังโปรโมตลีคของตัวเองแบบทุ่มไม่อั้น ขาใหญ่รายนี้ก็ไม่ได้มา
ตัวเต็งอย่าง “ขุนพลช้างศึก”ทีมชาติไทย ก็ไม่ได้มาด้วย….
โดยในรอบนี้จะเตะแบบพบกันหมดในกลุ่ม อันดับหนึ่งและสองของแต่ละกลุ่มจะได้ไปเล่นรอบสุดท้ายทันทีขณะที่ทีมอันดับสามของแต่ละกลุ่มยังต้องไปลุ้นเพลย์ออฟอีกทีนึง
กลุ่มเอ ทีมเต็งไม่น่าพ้นทีมชาติเกาหลีใต้ แม้ ปาร์ค จี-ซอง จะอำลาทีมชาติไปแล้ว แต่ศักยภาพโดยรวมยังคงแกร่ง มีสตาร์อย่าง พาร์ค ชู-ยอง ,ชา ดู-รี และลี ชุง-ยอง คอยประคองทีมไว้ ดูแล้วไม่น่ามีปัญหา ขณะที่อีกทีม ส่วนตัวผมเชียร์อิหร่าน เพราะมีนักเตะคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง อาลี คาริมี่ ,จาวัด เนกุนัม ยอดจอมทัพจากโอซาซูน่า และมาซุด โชจาย มิดฟิลด์จากโอซาซูน่าเช่นกัน
ไฮไลท์ อยู่ที่กลุ่มบีครับ
ที่น่ากลัวคือมีทั้งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และโอมานที่หาญกล้าปราบยักษ์ใหญ่อย่างทีมชาติไทย ริบตั๋วมาเล่นรอบนี้ซะงั้น
ชื่อชั้น ออสเตรเลีย อาจจะดูเหนือกว่า และอันดับโลกอยู่เหนือกว่าทุกทีม(20) ตามมาด้วยญี่ปุ่น(33)
แต่ถ้าวิเคราะห์แสนยานุภาพกัน เผลอๆทีม”จิงโจ้”อาจต้องลุ้นหนัก ประคองตัวเกาะอันดับสองเพื่อจะไปเล่นรอบสุดท้ายก็ได้ เพราะเลือด”ซามูไร”ช่วงนี้ทีมดุดันจริงๆ ประกาศกร้าวไม่สนผลจับสลาก ต่อให้มีเกาหลีใต้เข้ามาเพิ่มก็ไม่กลัว ยืนยันต่อหน้าแฟนบอลอาทิตย์อุทัย ยังไงก็จะไปเล่นรอบสุดท้ายให้ได้ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แชมป์โลก!!!!
โอ้ววว!!กล้าหาญ ดุดันมาก พี่น้องงงง!!!!!
ก็ต้องยกให้เขาล่ะครับ ญี่ปุ่นมีครบทุกอย่างที่จะทำและคิดอย่างนั้นได้ พวกเขามีเจลีค ลีคที่ดีที่สุดในเอเชีย มีงบประมาณเข้ามาจัดการเรื่องนี้มหาศาล มีทีมงานมืออาชีพ มีโค้ชระดับโลกอย่างอัลแบร์โต ซัคเคอโรนี นักฟุตบอลก็มีความเป็นมืออาชีพสูง ขยันทำผลงานเพื่อที่จะได้ติดทีมชาติ ที่สำคัญ ไม่ลืมพาสปอร์ตเหมือนนักฟุตบอลประเทศหนึ่ง มาถึงสุวรรณภูมิ จะบินไปเตะบอลที่โอมาน พี่น้องงงง มันกล้าลืม…..
และแต่ละสโมสรปฏิบัติตามนโยบายของสมาคมฟุตบอล ไม่ว่าจะเรื่องนักเตะต่างชาติ การจัดการตารางโปรแกรมในลีค การปล่อยผู้เล่นไปรับใช้ชาติ ทุกๆฝ่ายล้วนหันหน้าไปทิศทางเดียวกัน เห็นพ้องต้องกันว่าประเทศชาติสำคัญกว่า ถือเป็นความสุขมวลรวมของประชาชน
ทุกฝ่ายหันหน้าไปทิศทางเดียวกัน ทุกอย่างมันก็ง่าย ประเทศที่เพิ่งพ่ายโอมานมาอยากให้ดูไว้
ยิ่งกระแสฟุตบอลหญิงไปคว้าแชมป์โลกแบบช็อกโลก ถือเป็นของขวัญให้กับผู้ประสบภัยสึนามิ ดูสิครับกระแสฟุตบอลแรงขนาดนั้น แล้วฟุตบอลชายทำไมจะทำไม่ได้ นี่เขาคิดกันขนาดนี้เลยนะเนี่ย
เจลีคของญี่ปุ่นตอนนี้ก็สุดยอดเช่นกัน พวกเขาไม่จำเป็นต้องเกาะกระแสร็อบบี้ ฟาวเลอร์,นิโกลาส์ อเนลกา ,ริวัลโด หรือเดนิลสัน เพื่อโปรโมตลีคตัวเอง แต่พัฒนาขึ้นมาจากภายใน ตอนนี้เจลีคกลายเป็นลีคส่งออกนักเตะไปทั่วยุโรปแล้ว ผลลัพธ์ก็คือ นักเตะที่ผ่านความท้าทายที่หนัก เล่นในลีคที่สูงกว่า พวกนี้กลับมารวมตัวกันในทีมชาติ เก่งกันยิ่งกว่าเดิมอีก
จะให้เขียนชื่อนักเตะที่เล่นในยุโรป และสโมสรที่สังกัดอยู่คงไม่ไหว เ[ปี๊บบ]หน้ากระดาษA4 โปรดจงเชื่อ
สาบานเลยว่าสมัยก่อน ผมรู้จักแต่ “ฮิเดะ”ฮิเดโตชิ นากาตะ พ่อรูปหล่อที่โด่งดังกับปาร์มา ยังมีจุนนิชิ อินาโมโตะ และชินจิ โอโนะ
แต่เดี๋ยวนี้ไปเป็นคาราวานเลย และไปเล่นเป็นผู้เล่นชุดหลักของทีมด้วยหลาย ไม่ได้ไปนั่งสำรอง
ไม่ว่าจะเป็น ทากายูกิ โมริโมโตะ ที่โด่งดังมากับคาตาเนีย ก่อนที่จะย้ายไปโนวาร่า
เคอิสึเกะ ฮอนดะ เพลย์เมคเกอร์จาก ซีเอสเคเอ มอสโก ตั้งแต่ย้ายมาลงเล่นไป 49นัด ซัดไป13ประตู
“เจ้าหนูเรียว” เรียว มิยาอิชิ วัย19กะรัต ก็น่าจับตามอง อยู่กับอาร์เซน่อลก่อนปล่อยให้โบลตันยืมไปใช้งาน
ชินจิ โอกาซากิก็ดี ฤดูกาลนี้เล่นไป32นัด ซัดให้สตุดการ์ตไป 9เม็ด ในทีมชาติเป็นดาวซัลโวของทีม เล่นไป 50นัด รัวไป 26ลูก
อัตซึโตะ อูชิดะ ก็มีส่วนร่วมอย่างมากกับทีม”ราชันสีน้ำเงิน”ชาลเก้ 04
ยูโตะ นากาโตโมะ ฟูลแบคจอมบุก ฝีเท้าร้ายกาจไม่น้อย ของดีจากอินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่จากอิตาลี
มาโกโตะ ฮาเซเบะ ยอดกับตันทีมซามูไร นี่ก็จอมทัพคนสำคัญของโวล์ฟสบวร์ก ลงเล่นให้ทีมหมาป่าเมืองเบียร์ไม่ต่ำกว่า 100นัด นี่ไม่สุดยอดจริงๆ เล่นในบุนเดสลีกาหาตัวเลขแบบนี้ยากนะ
อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ชินจิ คากาวะ ถือเป็นซุปเปอร์สตาร์ของยุคนี้อย่างแท้จริง เล่นบอลฉลาด อ่านเกมดี เทคนิคเนียนตา และยังผ่านบอลได้ดี เป็นหัวใจหลักในเกมรุกของทัพ”เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีส่วนร่วมกับแชมป์บุนเดสลีกาเมื่อฤดูการก่อน และโอกาสในการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ ลงเล่นรวมทุกรายการ59นัด ยิงได้ถึง 23ประตู ถือเป็นส่วนสำคัญที่ดอร์ทมุนด์จะขาดไม่ได้ถ้าหวังจะป้องกันแชมป์ทีเดียว
นี่ก็ตัวอย่างคร่าวๆครับ ยังมีอีกเป็นสิบกว่าชื่อที่ยังไม่ได้พูดถึง แล้วดูสิ อีกห้าปีสิบปีข้างหน้า นักเตะญี่ปุ่นตัวหลักๆคงจะไปค้าแข้งที่ยุโรปเป็นโขยง
กลับมาดูที่ออสเตรเลีย ผมยังมองว่าชุดนี้ดูแปลกๆ แม้ว่านักเตะแดน”จิงโจ้”ไปค้าแข้งที่ยุโรปมาหลายคน แต่ทีมยังต้องพึ่งนักเตะซีเนียร์อีกหลายคนทั้ง มาร์ค ชวาซเซอร์ ,ลูคัส นีล ,มาร์ค เบรสชาโน่ ,แฮร์รี่ คีล ,แบรท เอเมอร์ตัน ,ทิม เคฮิลล์ ,ลุค วิลเชียร์ โดยรายหลังสุดอายุน้อยที่สุดในลิสต์ที่พูดถึง แต่ก็ปาไป 30ปี
นี่อาจเป็นข้อเสียของทีมชาติออสเตรเลีย ที่ยังต้องพึ่งนักเตะสูงวัยมากเกินไป แต่จะขาดไปเสียก็ไม่ได้ บุรุษเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อทัพจิงโจ้ทั้งนั้น ขณะที่สายเลือดใหม่ยังแจ้งเกิดไม่เยอะ ผลคือในเมื่อนักเตะซีเนียร์เหล่านี้ยังมีอิทธิพลกับทีมสูง จะยืนระยะกันไหวหรือเปล่า
ฟุตบอลโลกก็อีก 2ปีข้างหน้า อายุก็จะมากขึ้นไปอีก มาร์ค ชวาซเซอร์นี่ปาเข้าไป 41-42เลยนะนั่น ส่วนรายอื่นๆ กระเตาะกระแตะที่ 35-36จะรักษาความคงเส้นคงวาได้หรือเปล่าไม่รู้
วัดกันเนื้อต่อเนื้อ ญี่ปุ่นแลดูโหดกว่าจริงๆครับ









ยังไม่มีความเห็น
แสดงความเห็น