1ชอบ

ตามรอย เดวิด เบ็คแฮม

   หลังจากเป็นที่โจษจันกันมานานในเกาะสหราชอาณาจักร สำหรับเรื่องของ เดวิด เบ็คแฮม มิดฟิลด์เท้าชั่งทอง ของ ทีม แอลเอ กาแล็กซี่ ทีมมีชื่อของ เมเจอร์ ลีก สหรัฐอเมริกา ที่ช่วงปิดฤดูกาลสั้น ๆ

   เขาจะมักย้ายไปเล่นให้กับลีกยุโรปเพื่อรักษาความฟิตของร่างกายให้คงที่เอาไว้ โดย "พ่อหนุ่มเบ็คส์" เคยถูกยืมตัวออกมาแล้ว 2 ซีซั่นซ้อน โดยเป็นสโมสร เอซี มิลาน ของเมืองมะกะโรนี เป็นผู้ถือสัญญาเช่าระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน แต่คราวนี้การตัดสินใจครั้งสำคัญของเขาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะข่าวล่าสุด การกลับมาเล่นที่เกาะอังกฤษ เป็นครั้งแรกนับจากที่เขาได้ย้ายไปจากสโมสรสร้างชื่ออย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมาสวมเสื้อลงเล่นให้กับสโมสร ท็อตแน่มฮอต สเปอร์ส ทีมเมืองบ้านเกิดของเขานั่นเอง


   เบ็คแฮม ตามจริงเขาเกิดในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสร "ไก่เดือยทอง" ซะด้วย โดยเขาได้เลือกลงเล่นให้กับ สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไรเต็ด เนื่องจากบิดา เท็ด เบ็คแฮม เป็นแฟนตัวยงของสโมสรจึงได้เข้าไปเป็นนักเตะฝึกหัดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อผู้เล่นชุดใหญ่ของสโมสรออกจากทีมไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 94-95 ผู้จัดการทีม อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จึงนำนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาเล่นโดย เดวิด เบ็คแฮม เป็นหนึ่งในนักเตะเหล่านั้นด้วย เบ็คแฮม สามารถทำประตูได้ในนัดแรกของฤดูกาล (เป็นเกม ชนะ เวสต์แฮม 3-1) และได้เป็นตัวจริงถาวรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฤดูกาลแรกของเบ็คแฮมนั้นทีมเป็นแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ จากนั้นชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังมากขึ้นจากลูกยิงไกลครึ่งสนามนัด
พบ วิมเบิลดัน แถมในฤดูกาลนี้เขายังได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอซึ่งโหวตโดยผู้เล่นในพรีเมียร์ลีก


   นับมาจากนั้น 16 ปี กับการเป็นขุนพลบุตรซานตานก็ได้จบลง เมื่อความสัมพันธ์ของเขากับ เฟอร์กูสัน ถึงจุดแตกหัก เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 หลังการแข่งขันที่แพ้ให้กับ อาร์เซน่อล ในห้องแต่งตัว เฟอร์กูสัน ได้เตะรองเท้าสตั๊ดไปโดนบริเวณเหนือคิ้วของ เบ็คแฮม จนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นในการย้ายทีมของ เบ็คแฮม เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล เบ็คแฮม ลงสนามกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 394 นัด ทำได้ 85 ประตู

  
จากด้านหลังเสื้อเบอร์ 7 เปลี่ยนมาเป็นเบอร์ 23 หลังสีเสื้อของสโมสร เรอัล มาดริด ทำให้ ปีศาจแดง ได้รับค่าตัวเข้าสโมสรทันที 35 ล้านยูโร โดยการย้ายทีมครั้งนี้น่าจะมีผลทางการเมืองของสเปนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะ ยูไนเต็ด ต้องการขาย เบ็คส์ ให้กับสโมสร บาร์เซโลน่า แต่จนแล้วจนรอด เบ็คแฮมเซ็นสัญญากับ ราชันชุดขาว เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ ชุดขาวต้องผิดหวังเพราะเสื้อของ เบ็คแฮม นั้นขายหมดทันทีในวันแรกที่เขาย้ายมายัง มาดริด หากฟอร์มการเล่นที่ เบ็คส์ ลงเล่นให้ทีมยอดเยี่ยมมากในซีซั่นแรก ทว่า ชุดขาว ไม่มีแชมป์ใด ๆ ติดไม้ติดมือมาเลยเมื่อสิ้นฤดูกาล

   แต่พอถึงต้นปี 2007 มิดฟิลด์สุดหล่อก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลอีกครั้ง โดยเป็นการประกาศว่าเขาจะเซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีม "แอลเอ แกแล็คซี่" หลังจบฤดูกาล 2007 ทันที ซึ่งสาเหตุหลักอาจมาจากที่ มาดริด ยื่นข้อเสนอให้กับแข้งรูปงามเพียงแค่ 2 ปี แต่เจ้าตัวต้องการได้สัญญาระยะที่ยาวกว่านั้นจึงเป็นผลให้ เบ็คส์ ย้ายไปรับค่าตัวมหาศาลจากสัญญา 5 ปี ของทีมของ เมเจอร์ ลีก แทน จากกรณีที่ว่า กุนซือของทีมตอนนั้นอย่าง คาเปลโล่ ประกาศตัดชื่อ เบ็คแฮม ออกจากทีม และไม่ให้ลงเล่นอีกต่อไป แต่นั่นก็ไม่ได้มีผลต่อจิตใจของพ่อหนุ่มนักสู้รายนี้เลยแม้แต่น้อย เวลาที่เหลือของเขาตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมต่อไป ทว่า เหมือนฟ้าลิขิตเขียนให้เป็นดังละคร ชุดขาว ฟอร์มบู่ชนิดน่าเกลียด หนุ่มเบ็คส์ ถูกเรียกชื่อในสนามจากแฟนบอลจนต้องถูกใส่ชื่อลงไปเล่นแล้วก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง การเล่นเกมทางกราบขวาของเขา ดันเป็นฟอร์มที่เข้าฝักส่งให้เพื่อนร่วมทีมยิงเป็นว่าเล่น จ่ายใส่พานให้คนอื่นทำประตูสวย ๆ ได้หลายครั้ง กระทั่งสิ้นสุดฤดูกาล มาดริด ผงาดคว้าแชมป์ ลาลีก้า ไปครองได้สำเร็จ ทำให้ คาเปลโล่ รู้สึกเสียดายจนต้องออกมารับผิดว่า "รู้อย่างนี้แล้วเราน่าจะยื่นสัญญาระยะยาวให้กับเขาตามที่ต้องการก็คงดี"

  
สิ้นฤดูกาล 2007 นักเตะรูปหล่อรายนี้เดินทางไปเปิดตัวที่ "โฮม ดีโป เซ็นเตอร์" สนามของทีม แอลเอ กาแล็กซี่ โดยมีแฟนบอลจำนวนมหาศาล 250,000 คน ไปต้อนรับอย่างสมเกียรติ การลงสนามนัดแรกของเขาเจอกับทีม เชลซี ในแมทช์อุ่นเครื่อง ซึ่งทีมแพ้ไป 0-1 และลงเล่นในลีกเกมแรกเจอกับทีม ดีซี ยูไนเต็ด ซึ่งสามารถจ่ายบอลให้ แลนดอน โดโนแวน ยิงได้ด้วย และพาทีมเอาชนะไป 2-0 เล่นไปไม่นาน โชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ส่งผลให้ เบ็คส์ ต้องพักยาวถึง 6 สัปดาห์ ซึ่งกว่าจะกลับมาเล่นได้ก็แทบจบฤดูกาลแล้ว สรุปในฤดูกาลแรกกับทีมแอลเอ เบ็คแฮมได้ลงทั้งสิ้น 8 นัด ( 5 นัดในลีก) และทำได้ 1 ประตู (0 ในลีก)

   อย่างไรก็ตาม ชื่อของเขาก็สร้างความฮือฮาได้อีกครั้ง เมื่อช่วงปิดฤดูกาลแรกของ เบ็คแฮม ได้เดินทางมาซ้อมบอล กับทีม อาร์เซน่อล คู่แข่งร่วมลีกทีมรักเก่าอย่าง "ผีแดง" แต่นั้นก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นผิดกลับ ฤดูกาลที่สองที่พอปิดลีกเมเจอร์ ปุ๊บ! สโมสรชื่อดังจากแดนมะกะโรนีอย่าง เอซี มิลาน ก็มาขอยืมตัวไปใช้งาน โดย เบ็คส์ ก็ได้ให้เหตุผลว่าตนต้องการรักษาความฟิตเพื่อลุยฟุตบอลโลกจึงเดินทางไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวทันที ผลงานของพ่อหนุ่มเบ็คส์ ค่อนข้างเข้าตาบอร์ดบริหารของ ปีศาจแดง-ดำ จึงขอยื่นซื้อตัวมาร่วมทีมถาวรทันที แต่ เบ็คแฮม ยืนกรานขอกลับไปรับใช้สโมสรตัวจริงอย่าง แอลเอ กาแล็กซี่ จนจบสัญญา

  
ล่าสุดปี 2011 นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮากว่าทุกครั้งเพราะจะเป็นการกลับมาครั้งแรกนับตั้งแต่เขาย้ายออกจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหากระยะเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่วัน สโมสร ท็อตแน่มฮอต สเปอร์ส จะลงฟาดแข้งกับ "ปีศาจแดง" ในวันอาทิตย์ ที่จะถึงนี้ นั่นหมายถึง เบ็คแฮม จะลงแข่งกับสโมสรเก่า เป็นครั้งแรกในชีวิต ทันที ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ากระบวนการเจรจาจะเสร็จสิ้นทันเวลา หากแต่ว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้ สเปอร์ส พยายามทำให้ได้ เพื่อนำตัว เบ็คแฮม กลับมาเล่นให้สโมสรของอังกฤษอีกสักครั้ง และเกมแรกจะเป็นการเจอกับทีมรักเก่าของเขา อย่าง "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"  

ปี สโมสร ลงเล่น ประตู
1992 - 2003 แมนยูฯ ลงเล่น 265 ยิงได้ 62
2003 - 2006 เรอัล มาดริด ลงเล่น 105 ยิงได้ 12
2006-ปัจจุบัน ลอสเอลเจอริส แกเล็กซี่
เอซี มิลาน ยืมตัว 2008 - 2009 14 นัด 2 ประตู
ทีมชาติ อังกฤษ
1996 - 2006 อังกฤษ ลงเล่น 94 ยิงได้ 17 ประตู

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องล่าสุด

เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับเมล์ของเว็บ ขอประกาศงดรับสมาชิกใหม่ชั่วคราวครับ 5 วันก่อน
"ไทยแลนด์ สู้ๆๆ" 5 วันก่อน
สวัสดีบอลเปิดฤดูกาล แต่ไม่คึกคักอย่างที่ควร ตามสถานการณ์บ้านเมืองครับ วันนี้ เชียร์ เวโรน่า กันดีกว่านะ ^ ^ 4 สัปดาห์ก่อน
ช่วงนี้อาจต้องมีการเซ็นเซอร์คำในเว็บมากขึ้น ขอเอาเนื้อหาบางส่วนออกก่อนนะครับ ขออภัยในความไม่สะดวก 10 สัปดาห์ก่อน
บราซิล 2-0พอดีคืนนี้ โป๊ะชึ่ง! 15 สัปดาห์ก่อน